คุยเฟื่องเรื่อง สปา กับ ธนิตา (ภาคต่อ)
อันดับแรกของปัญหาทุกคนจะต้องตามตัวเองเลยล่ะค่ะว่า “แล้วนี่ฉันจะต้องไปเรียนนวดด้วยหรือเปล่า” หรือไม่ก็ “จำเป็นไหมที่ทาง owner จะต้องมีความรู้บ้าง” เปิ้นเจอคำถามนี้บ่อยมากๆ และคำตอบของเปิ้นเป็นได้ทั้งสองแบบคือ “จำเป็น” และ “ไม่จำเป็น” ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับระบบการจัดการของคุณด้วย หากคุณมีประสบการณ์เคยเป็นหัวหน้า หรือเคยปกครองลูกน้องเปิ้นอาจจะบอกได้เลยว่า
บางครั้งคุณแทบไม่จำเป็นที่จะต้องไปเรียนด้วยซ้ำ เพียงแต่เวลาคุณทดสอบลูกน้องของคุณใช้คำเดียวเลยค่ะ “common sence” ดูและสังเกตมารยาท น้ำหนักมือที่ลองนวดกับคุณ คุณรู้สึกสบายหรือเปล่า หรือรำคาญมั๊ย! ดูสะอาดหรือเปล่า เท่านี้แหละค่ะ
แต่หากว่าบางท่านเลือกที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองก็ดีค่ะ จะได้รู้บ้าง ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้วคุณสามารถหาหนังสือมาอ่านก็ได้น่ะค่ะ เกี่ยวกับพื้นฐานเหล่านี้ ไม่ยากหรอกค่ะ แต่สิ่งที่เปิ้นขอเน้นย้ำคือ เราจะต้องมีวิธีรับมือกับลูกค้า หากลูกค้าเกิดอาการแพ้ต้องหาไขอย่างไร คุณสามารถหาความรู้ได้จากคนขายผลิตภัณฑ์ให้คุณได้เลยค่ะ
บางครั้งระบบการคิดของ owner ที่คิดว่า ฉันจะต้องไปเรียนนวดบ้าง ก็ดี แต่เปิ้นบอกได้เลยว่า ลักษณะเช่นนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเกี่ยวกับปัญหาคนเข้าออก ตลอดเวลาเลยค่ะ มันขึ้นอยู่กับวิธีการวางแผนของเรา ว่าเราจะมีการรับมืออย่างไร เพราะบางครั้งคุณเจอแทบทุกเดือน บางร้านพนักงานยกทีมออกกันหมดเพราะโดนแย่งไป
เจ้าของก็ต้องมาทำเองคนเดียว ดูแล้วน่าสงสาร วิธีแก้ไขมีเพียงอย่างเดียวเลยค่ะ การจัดระบบการจัดการพนักงานใหม่ ให้มีการรับสมัครทุกเดือน หรือถ้าเป็นไปได้หากคุณมีเพื่อนเปิดอยู่ละแวกใกล้เคียงกัน ลองไปเรียบๆ เคียงๆ บอกเขาว่าขอยืมตัวเด็กหน่อย ถ้าอีกหน่อยเธอมีปัญหาแบบนี้เราก็ช่วยเขากลับไป อย่าลืมน่ะค่ะ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรพยายามทำให้คู่แข่งเราเป็นมิตรจะดีกว่า
ในขณะเดียวกันคุณต้องเริ่มวางแผนหาหนทางหาพนักงานใหม่มาให้ได้แล้ว ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เจอปัญหานี้แทบทุกเดือน
และมีสิ่งหนึ่งที่เปิ้นอยากจะบอกไม่ต้องไปโกรธคนที่เขามาดึงตัวเด็กของเราไปหรอกค่ะ เพราะถ้าเขาซื้อตัวเด็กไปได้คนอื่นก็ซื้อได้เหมือนกัน แต่วัดไม่ได้ที่ฝีมือ เพราะยิ่งเด็กเปลี่ยนร้านหรือเปลี่ยนที่ทำงานบ่อยแค่ไหน เขาจะกลายเป็นคนจับจด เนื่องจากยังไม่ทันได้ฝึกฝีมือที่ร้านเก่าให้ชำนาญเลยเปลี่ยนที่ซะแล้ว นอกจากเรื่องฝีมือเขายังขาดเรื่องความอดทนในการทำงาน ยิ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ต้องเอาใจใส่ต่อลูกค้ามากกว่าตัวเอง แต่เขากลับคิดสั้นแค่นั้น คำเดียวค่ะ “ปล่อยเขาไปเถอะ” เนอะ
ขอบคุณค่ะ
ธนิดา เผ่าเหลืองทอง
Popularity: 1%
