สปาหน้าหนาว…สาวๆ ผิวนุ่ม

March 12th, 2010 by BM No comments »




สปาหน้าหนาว…สาวๆ ผิวนุ่ม

เมื่อราวๆ สัปดาห์ที่แล้วเมื่อลมหนาวแรกของปีโชยพัดมาต้องผิวอ่อนๆ ทำเอาสาวๆ จำนวนมากกระดี๊กระด๊าเปิดกรุแฟชั่นหน้าหนาวออกมาใส่กันให้พรึ่บพรั่บ สมกับที่รอกันมาทั้งปี แล้วแทบทุกคนก็ต้องถอนใจ เมื่อลมหนาวช่วงแรกนี้โบกมือบ๊ายบายกันภายในเวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์ดี หลายคนถอดใจเก็บเสื้อกันหนาวและชุดที่สำหรับสวมใส่หน้าหนาวเข้าตู้เหมือนเดิม และชะล่าใจว่า อากาศอบอุ่นแล้วคงจะไม่ต้องดูแลร่างกายอะไรมาก แต่ในความเป็นจริงนั้นผิดถนัด เพราะในหน้าหนาว ความชื้นในอากาศจะน้อยลง และทำให้ผิวสวยๆ ของคุณผู้หญิงทั้งหลาย เกิดความแห้งกร้านได้

พญ.สุจิตรา นภาธร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัยแห่งสปาเครือสปริงฟิลด์กรุ๊ปให้ข้อมูลว่า ในฤดูหนาวอากาศจะแห้ง ซึ่งส่งผลให้ผิวของคนเราแห้งตามไปด้วย ดังนั้นควรใส่ใจบำรุงผิวในเรื่องของความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น และการทำสปาในช่วงนี้ ก็ควรจะเลือกสปาที่เหมาะสมกับอากาศของฤดูหนาว ไม่เช่นนั้นผิวจะยิ่งแห้งขึ้นไปอีก

“การล้างหน้าในช่วงฤดูหนาวไม่ควรจะล้างมากจนเกินไป เพราะการล้างหน้ามากๆ จะขจัดความมันของผิวออกไปด้วย ถ้าอากาศแห้งมากในตอนเช้าอาจล้างน้ำเปล่าไม่ต้องใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าและควรล้างด้วยน้ำเย็น เพราะน้ำร้อนจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ตอนเย็นอาจใช้โลชั่น หรือโทนเนอร์ทำความสะอาดแล้วใช้เจลล้างอีกครั้ง แต่ไม่ควรถูและล้างนานจนเกินไป”

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังรายนี้ให้ความรู้ต่อไปอีกว่า การบำรุงหน้าในตอนเช้าควรใช้ครีมบำรุงให้มากขึ้นกว่าเดิมก่อนทาครีมกันแดด ส่วนตอนกลางคืนครีมบางตัวที่ทำให้ผิวแห้งก็อาจทาให้บางลง เช่น กรดวิตามินเอ แล้วทาครีมบำรุงมากขึ้น สำหรับผิวกายควรเลือกครีมที่ชุ่มชื้นกว่าเดิม

ทีนี้มาถึงเรื่องโปรดของคุณสาวๆ กันบ้างในประเด็นของ “สปา” พญ.สุจิตรา อธิบายว่า การทำสปากับผิวฤดูหนาวสามารถทำได้ แต่ต้องพิถีพิถันเลือกชนิดของสปาให้มากกว่าเดิม

“ถ้าเป็นทรีทเมนต์ที่ทำให้ผิวลอกซึ่งจุดประสงค์ก็คือเพื่อผลัดเซลล์ผิว ควรทำห่างขึ้น อย่าทำถี่มาก และเพิ่มทำทรีทเมนต์ที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น เนื่องจากทรีทเมนต์บางตัว เช่นที่เป็นกรดอ่อนๆ เมื่อทาไปบนหน้าจะทำให้เซลล์ผิวลอกออกมา ซึ่งเมื่อทำในช่วงหน้าหนาวจะทำให้ผิวหน้าแห้งและเป็นขุยมากกว่าธรรมดา

และสุดท้ายเช่นเคย หนาวๆ แบบนี้นอกจากความรู้ดีๆ มีประโยชน์แล้วพญ.สุจิตราก็ได้เอา “สูตรเด็ด” แบบฉบับสปาหน้าหนาวที่คิดค้นขึ้นมาใช้กับลูกค้าในสปาแล้วปรากฏว่าได้ผลดี นำมาบอกต่อกันชนิดไม่หวงสูตร แถมพกให้กลับไปทำเองที่บ้านกันได้แบบสวยง่ายๆ นั่นก็คือ “สปากล้วย” นั่นเอง

“กล้วยมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้น และลดการอักเสบผื่นแพ้ของผิว เราจึงนำมาใช้ในการทำทรีทเมนต์ผิวกาย เป็นสูตรเฉพาะที่ทางเราทำขึ้นมาเอง เราจะทาครีมกล้วยลงบนผิวรอเวลาให้ครีมซึมลงไปเล็กน้อย และเริ่มถูเบาๆ ตัวครีมจะเข้าไปกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วบนผิว ส่วนผสมยังมีตัวที่ทำให้ผิวสดใสขึ้นและให้ความชุ่มชื้นต่อผิว จะมีผิวชั้นบนที่ตายแล้วถูกขัดออกมามากมายและผิวดูผ่องขึ้น เราทำเปรียบเทียบให้ลูกค้าดูที่ละข้างเพื่อให้เห็นความแตกต่าง หลังจากนั้นจะให้ลูกค้าไปอาบน้ำเพื่อล้างขี้ไคลออกจากผิว แล้วใช้ครีมนวดบำรุงที่ผิวต่อหรือในบางราย อยากจะให้ผิวดูนุ่มนวลมากขึ้น หลังจากขัดจะทาครีมบำรุงสูตรกล้วย แล้วห่ออบด้วยผ้าห่มอินฟราเรดแล้วจึงอาบน้ำ แล้วนวดต่อด้วยครีม ดังนั้นจะได้ทั้งความสดใสของผิว กลิ่นหอมที่ชื่นใจ และการนวดที่ผ่อนคลาย”

อ่านถึงตรงนี้เชื่อว่า สาวๆ ที่สนใจชักอยากจะเอาไปเองที่บ้านกันแล้ว พญ.สุจิตราแจกแจงรายละเอียดวัตถุดิบว่า สิ่งที่ต้องเตรียมก็ไม่มากหรือยุ่งยากอะไร ได้แก่กล้วย 1 ผล กับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ แล้วบดให้เข้ากัน ใส่นมเปรี้ยว (โยเกิร์ต) ลงไป ทาทิ้งไว้บนผิวประมาณ 15 นาที แล้วเริ่มถูไปบนผิว แล้วจึงล้างออก น้ำผึ้งจะให้ความชุ่มชื้นและลดการอักเสบ ส่วนโยเกิร์ตจะเป็นกรดผลไม้แบบอ่อนทำให้ผิวสดใส ทำแล้วก็ไม่แห้ง

เพียงเท่านี้ ผิวนุ่มสวยของคุณก็จะเริงร่าท้าอากาศแห้งๆ ในฤดูหนาวแบบไม่กลัวหมองกันแล้วทีนี้…

ที่มา … ผู้จัดการออนไลน์

Popularity: unranked





บำรุงหน้าใสๆ ด้วย ‘สปาก้นครัว’

March 11th, 2010 by BM No comments »




บำรุงหน้าใสๆ ด้วย “สปาก้นครัว”

แดดร้อนเปรี้ยงๆ แบบนี้ผิวอ่อนๆ บนใบหน้าของคุณสาวๆ หลายคนอาจจะโดนเผาให้เกิดอาการอักเสบได้ ไม่นับรวมไปถึงฝุ่นและมลภาวะที่ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำและเกิดสิวฝ้าราคี แถมเศรษฐกิจแบบนี้จะเดินเฉิบๆ เข้าไปขัดหน้า พอกหน้า ดูแลผิวหน้า ตามสปาหน้าทั้งหลายก็ใช่ที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีของดีจึงมาบอกต่อ

ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรคนเก่งประจำโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี อันเป็นโรงพยาบาลที่ทั่วไปรู้จักดีในฐานะของโรงพยาบาลที่นำเอาสมุนไพรเข้ามาใช้รักษาคนไข้ควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบันที่ประสบความสำเร็จมากแห่งหนึ่ง บอกเล่าถึงงานวิจัยตัวล่าสุดที่เธอและทีมเภสัชกรกำลังทำอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ งานวิจัยฤทธิ์การบำรุงผิวหน้าจากพืชผักผลไม้ที่หาง่ายได้ท้องถิ่น

…ดูๆ วัตถุดิบที่นำมาแสดงให้ชมแล้ว งานนี้จะเรียกว่าสปาก้นครัวก็เห็นจะไม่ผิดนัก

ภญ.ผกากรอง อธิบายว่า จากผลการศึกษา พบว่า มีพืชผักผลไม้ท้องถิ่นของไทยหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ในการบำรุงผิวหน้าได้ดี อีกทั้งด้วยความเป็นพืชผักที่หาง่าย ราคาจึงถูก ประชาชนสามารถทำได้เอง และไม่เป็นอันตรายเนื่องจากเป็นของธรรมชาติล้วนๆ จึงไม่ทิ้งสารเคมีใดๆ ไว้ให้ก่อพิษต่อร่างกายเลย

“ที่ศึกษาแล้วได้ผลดีมีหลายชนิด ทั้ง ตำลึง บัวบก แครอท มะเขือเทศ ว่านหางจระเข้ แตงกวา กล้วยน้ำว้า นอกจากนี้ ก็จะเป็นส่วนผสมพิเศษอื่นๆ อย่างน้ำผึ้ง น้ำมะนาว มะขามเปียก และข้าวสารข้าวกล้องป่นละเอียด วิธีการเตรียมวัตถุดิบเหล่านี้ก็คือ เลือกชนิดใดชนิดหนึ่งที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าของเรา”

อย่างแตงกวา ก็จะใช้เมื่อผิวหน้าขาดความชุ่มชื่นและมีอาการอักเสบ เนื่องจากแพ้แดด, ตำลึงจะช่วยลดสิวอักเสบได้ดี, กล้วยน้ำว้าจะช่วยลดอาการหน้าแห้งและเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวหน้า แถมหากเหลือจากทำหน้าแล้ว นำมาหมักผมได้อีกด้วย, มะเขือเทศมีวิตามินบำรุงผิวหลายชนิด และช่วยลดภาวะหน้ามัน, แตงกวาเป็นผักที่ Common มาก ใช้ได้ทั้งหน้าแห้งและหน้ามัน คือหากเป็นคนหน้ามัน แตงกวาจะช่วยลดความมันบนใบหน้า แต่ถ้าหากหน้าแห้ง แตงกวาจะช่วยเพิ่มชุ่มชื่นให้แก่ใบหน้ามากขึ้น ถือว่าสารพัดประโยชน์มาก

“ส่วนว่านหางจระเข้จะช่วยบำรุงผิวหน้า เพิ่มความชุ่มชื่น และลดรอยจุดดำ แต่วิธีนำมาใช้จะยุ่งยากนิดหนึ่ง คือ ต้องเลือกกาบใหญ่ๆ ประมาณฝ่ามือ ฝานปอกเปลือกเขียวให้หมด จากนั้นต้องนำไปล้างยางสีเหลืองออกให้หมด ไม่เช่นนั้นยางที่เหลืองจะกัดผิว และเกิดอาการแพ้ได้”

เภสัชกรเจ้าของผิวหน้าใสๆ ชวนอิจฉารายนี้กล่าวต่อไปว่า เมื่อทราบถึงสภาพผิวหน้าของตัวเองและเลือกพืชผักที่จะนำมาพอกหน้าแล้ว ก็นำพืชผักชนิดนั้นมาปั่นในเครื่องปั่น ใส่น้ำลงไปเล็กน้อยเพื่อลดแรงเสียดทานเพื่อให้ปั่นได้ง่ายขึ้น จำนวนปริมาณของพืชผักไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับขนาดของใบหน้าแต่ละคน กะให้พอที่จะเกลี่ยได้เต็มพื้นที่ผิวหน้า

เมื่อปั่นเสร็จหากมีปัญหาหน้ามันมาก สามารถหยดน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อยเพื่อลดอาการหน้ามัน หรือหากผิวหน้าแห้ง สามารถผสมนมสดหรือน้ำผึ้งลงไปในพืชผักที่ปั่นเรียบร้อยแล้วได้เพื่อช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื่นขึ้น และหากมีปัญหาสิวเสี้ยน “สครับธรรมชาติ” อย่าง “ข้าวสารข้าวกล้องป่นละเอียด” ก็เป็นตัวช่วยที่ดีไม่น้อย สามารถผสมลงไปกับส่วนผสมที่ปั่นละเอียด ใช้นวดผิวที่เป็นสิวระหว่างพอกก็ช่วยลดสิวได้

“ขั้นตอนการดูแลผิวหน้าด้วยสปาธรรมชาตินี้ต้องทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการทำความสะอาด หรือคลีนซิ่ง และการผลัดเซลล์ผิว เพราะหากไม่ผลัดเซลล์ผิว การบำรุงจะเข้าไม่ถึงเซลล์ผิวหน้าด้านใน เริ่มจากการทำความสะอาดใบหน้าด้วยเจล หรือโฟมล้างหน้าที่ใช้อยู่เป็นประจำ จากนั้นผลัดเซลล์ผิวด้วยน้ำมะขามเปียกข้น ด้วยการนำมะขามเปียกมาผสมน้ำ คั้นน้ำออกมาให้ข้นๆ แล้วพอกบริเวณใบหน้า

น้ำมะขามเปียกเป็นกรดอ่อนๆ มีฤทธิ์กัดเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดออก ขั้นตอนนี้อาจจะมีอาการคันยิบๆ บ้างเนื่องจากน้ำมันขามจะเข้าไปผลัดเซลล์ผิว หากคันมากพอกไว้แค่ 1 นาที หากไม่คันมากนักพอทนไหวก็พอกไว้ประมาณ 2-3 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด”

ภญ.ผกากรอง อธิบายต่อว่า หลังจากผลัดเซลล์ผิวด้วยมะขามเปียกแล้วก็ถึงคราวพระเอกของการบำรุง ซึ่งก็คือพืชผักที่เราเลือกและปั่นเอาไว้ นำมาทาพอกไว้บนใบหน้า เกลี่ยไปทั่วใบหน้าด้วยพู่กัน และด้วยความเป็นธรรมชาติแบบไร้ซึ่งสารเคมีของพืชผักที่นำมาพอก ทำให้คุณสาวๆ สามารถพอกมันได้ตลอดทั้งวันตามสะดวก หากมีเวลามากก็พอกได้เช้าจรดเย็นโดยไม่เป็นอันตราย เมื่อจะล้างออกก็ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้อยู่ประจำล้างตามปกติ

…ยิ่งพอกยิ่งใส ยิ่งพอกยิ่งสวย แถมประหยัดด้วยพืชผักสวนครัว…งานนี้ไม่ลองทำไม่ได้แล้ว…

Popularity: 1%





ไม่มีผลวิจัย ‘นวดกะปู๋’ เจอในสปายึดใบอนุญาต

March 10th, 2010 by BM No comments »




ยัน “นวดกะปู๋” ไม่ใช่บริการนวดเพื่อสุขภาพ แถมไม่มีวิจัยยืนยันช่วยแก้ไขความบกพร่องทางเพศได้ ระบุไม่มีร้านสปาผ่านการตรวจรับรองให้นวดกะปู๋ได้ เตรียมประสานตำรวจตรวจสอบ ลั่นหากร้านที่ได้ใบอนุญาตมีนวดกระปู๋โทษถึงขั้นยึดใบอนุญาต

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีร้านสปาแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ให้บริการนวดกระปู๋ว่า ร้านดังกล่าวไม่ใช่ร้านสปาไทยที่ผ่านการตรวจรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างแน่นอน เนื่องจากบริการนวดกระปู๋ไม่จัดอยู่ในบริการนวดเพื่อสุขภาพ ตามมาตรฐาน และในการจดแจ้งการขอใบรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะต้องแจ้งรายละเอียดของการให้บริการ

“ส่วนที่อ้างว่าอยู่ในระหว่างการขอเป็นสถานบำบัดเพื่อรักษาบุคคลที่มีปัญหาด้านเพศนั้น ผมขอยืนยันว่า การนวดกระปู๋ ไม่จัดอยู่ในการนวดเพื่อแก้ไขหรือรักษาร่างกายและร้านสปา ทั้งที่ผ่านการรับรองมีใบอนุญาตและอยู่ในระหว่างการขออนุญาต”นพ.ธเรศ กล่าว

นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า สำหรับร้านสปาไทยที่ได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองอย่างถูกต้องในเขตกรุงเทพมหานคร มีจำนวนทั้งสิ้น 78 ร้าน มีร้านนวดเพื่อเสริมสุขภาพ 218 ร้าน และนวดเพื่อเสริมสวย 50 ร้าน ซึ่งเฉพาะถนนศรีนครินทร์มีร้านสปาที่ผ่านการรับรองถูกต้องเพียง 18 ร้าน เท่านั้น ทั้งนี้จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อร่วมตรวจสอบและจับกุมสปาที่กระทำผิดกฎหมายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยถ้าเป็นสปาที่ผ่านการรับรองแล้ว มีโทษถึงขึ้นยึดใบอนุญาต

ด้านนายพิศิษฐ เบญจมงคลวารี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการนวดและฤาษีดัดตน กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า สำหรับการนวดกะปู๋ไม่ใช่การนวดแบบไทยแต่โบราณ แต่น่าจะเป็นการนวดแบบประยุกต์ เพราะตามหลักการนวดส่วนต่างๆ ของร่างกายจะไม่มีการนวดที่บริเวณอวัยวะเพศ และตามหลักวิชาการไม่มีผลวิจัยยืนยันออกมาชัดเจนการนวดในลักษณะดังกล่าวสามารถแก้ไขความบกพร่องทางเพศได้ เรื่องดังกล่าวจึงเป็นเรื่องของทางจิตใจมากกว่า หากผู้รับบริการพึงพอใจก็อาจคิดว่าได้ผล

Popularity: 1%