คุยเฟื่องเรื่อง สปา กับ ธนิตา (ภาคต่อ)

March 19th, 2010 by BM No comments »




คุยเฟื่องเรื่อง สปา กับ ธนิตา (ภาคต่อ)
อันดับแรกของปัญหาทุกคนจะต้องตามตัวเองเลยล่ะค่ะว่า “แล้วนี่ฉันจะต้องไปเรียนนวดด้วยหรือเปล่า” หรือไม่ก็ “จำเป็นไหมที่ทาง owner จะต้องมีความรู้บ้าง” เปิ้นเจอคำถามนี้บ่อยมากๆ และคำตอบของเปิ้นเป็นได้ทั้งสองแบบคือ “จำเป็น” และ “ไม่จำเป็น” ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับระบบการจัดการของคุณด้วย หากคุณมีประสบการณ์เคยเป็นหัวหน้า หรือเคยปกครองลูกน้องเปิ้นอาจจะบอกได้เลยว่า

บางครั้งคุณแทบไม่จำเป็นที่จะต้องไปเรียนด้วยซ้ำ เพียงแต่เวลาคุณทดสอบลูกน้องของคุณใช้คำเดียวเลยค่ะ “common sence” ดูและสังเกตมารยาท น้ำหนักมือที่ลองนวดกับคุณ คุณรู้สึกสบายหรือเปล่า หรือรำคาญมั๊ย! ดูสะอาดหรือเปล่า เท่านี้แหละค่ะ

แต่หากว่าบางท่านเลือกที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองก็ดีค่ะ จะได้รู้บ้าง ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้วคุณสามารถหาหนังสือมาอ่านก็ได้น่ะค่ะ เกี่ยวกับพื้นฐานเหล่านี้ ไม่ยากหรอกค่ะ แต่สิ่งที่เปิ้นขอเน้นย้ำคือ เราจะต้องมีวิธีรับมือกับลูกค้า หากลูกค้าเกิดอาการแพ้ต้องหาไขอย่างไร คุณสามารถหาความรู้ได้จากคนขายผลิตภัณฑ์ให้คุณได้เลยค่ะ

บางครั้งระบบการคิดของ owner ที่คิดว่า ฉันจะต้องไปเรียนนวดบ้าง ก็ดี แต่เปิ้นบอกได้เลยว่า ลักษณะเช่นนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเกี่ยวกับปัญหาคนเข้าออก ตลอดเวลาเลยค่ะ มันขึ้นอยู่กับวิธีการวางแผนของเรา ว่าเราจะมีการรับมืออย่างไร เพราะบางครั้งคุณเจอแทบทุกเดือน บางร้านพนักงานยกทีมออกกันหมดเพราะโดนแย่งไป

เจ้าของก็ต้องมาทำเองคนเดียว ดูแล้วน่าสงสาร วิธีแก้ไขมีเพียงอย่างเดียวเลยค่ะ การจัดระบบการจัดการพนักงานใหม่ ให้มีการรับสมัครทุกเดือน หรือถ้าเป็นไปได้หากคุณมีเพื่อนเปิดอยู่ละแวกใกล้เคียงกัน ลองไปเรียบๆ เคียงๆ บอกเขาว่าขอยืมตัวเด็กหน่อย ถ้าอีกหน่อยเธอมีปัญหาแบบนี้เราก็ช่วยเขากลับไป อย่าลืมน่ะค่ะ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรพยายามทำให้คู่แข่งเราเป็นมิตรจะดีกว่า

ในขณะเดียวกันคุณต้องเริ่มวางแผนหาหนทางหาพนักงานใหม่มาให้ได้แล้ว ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เจอปัญหานี้แทบทุกเดือน

และมีสิ่งหนึ่งที่เปิ้นอยากจะบอกไม่ต้องไปโกรธคนที่เขามาดึงตัวเด็กของเราไปหรอกค่ะ เพราะถ้าเขาซื้อตัวเด็กไปได้คนอื่นก็ซื้อได้เหมือนกัน แต่วัดไม่ได้ที่ฝีมือ เพราะยิ่งเด็กเปลี่ยนร้านหรือเปลี่ยนที่ทำงานบ่อยแค่ไหน เขาจะกลายเป็นคนจับจด เนื่องจากยังไม่ทันได้ฝึกฝีมือที่ร้านเก่าให้ชำนาญเลยเปลี่ยนที่ซะแล้ว นอกจากเรื่องฝีมือเขายังขาดเรื่องความอดทนในการทำงาน ยิ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ต้องเอาใจใส่ต่อลูกค้ามากกว่าตัวเอง แต่เขากลับคิดสั้นแค่นั้น คำเดียวค่ะ “ปล่อยเขาไปเถอะ” เนอะ

ขอบคุณค่ะ

ธนิดา เผ่าเหลืองทอง

Popularity: 1%





มองธุรกิจ สปา แล้วย้อนดูตัวเอง (ภาคต่อเนื่อง)

March 18th, 2010 by BM No comments »




มองธุรกิจ สปา แล้วย้อนดูตัวเอง (ภาคต่อเนื่อง)

ก่อนที่จะเล่าเกี่ยวกับปัญหาที่คุณต้องเจอแน่ๆ ในการทำอาชีพ spa เปิ้นขออนุญาตเล่าเรื่องราวโดยมีข้อคิดส่วนตัวเปิ้นผ่านจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็อย่างที่เปิ้นเคยบอกเล่าไปล่ะค่ะ การเลือกที่จะทำ ธุรกิจสปา มันไม่ได้ช่วยให้ผู้ประกอบการผ่อนคลาย ตามแนวความคิดของการตั้งธุรกิจเลยแม้แต่น้อย แต่เต็มไปด้วยความเครียด บางคนคิดว่าการเปิดธุรกิจ สปา เปรียบเสมือนการทำงาน และเดินบนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ หอมหวาน แต่ความเป็นจริงแล้ว คุณกำลังเหยียบหนามกุหลาบและตะปูตำขาคุณอยู่ (นึกแล้วเจ็บจังเลยค่ะ) ส่วนกลิ่นหอมนั่นก็คือกลิ่นที่เราแต่งขึ้นตามความคิดจินตนาการของเรา มันอาจจะไม่หอมกลายเป็นกลิ่นเหม็นอะไรซักอย่างก็ได้

ทุกวันนี้เปิ้นยังรู้สึกขอบคุณกับทุกสิ่งทุกอย่าง ที่สอนเปิ้นทางอ้อมเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับปัญหาต่างๆ ตอนแรกที่เจอน่ะค่ะ อย่างที่บอกนอนไม่หลับ กลุ้มใจ แต่วันนี้ ณ ตอนนี้สบายใจค่ะ อย่าลืมน่ะค่ะชีวิตมันมีขึ้นมันก็มีลง แต่ตอนถึงคุณจะยิ้มรับมันไหวมั๊ยค่ะ ? วีส่วนตัวที่เปิ้นใช้ทุกวันนี้คือ

ข้อ 1 คิดทุกอย่างให้เป็นบวก (Positive thinking)

ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า วันนี้ไม่มีลูกค้าเลย เปิ้นก็คิดว่าเออ! ก็ดีเหมือนกันพนักงานเปิ้นจะได้มีเวลาพักผ่อนเอาแรง คือ พยายามคิดให้เป็นเรื่องสนุกตลกเป็นประโยชน์กับตัวเองนั่นแหละค่ะ หรือไม่ก็อีกปัญหาหนึ่งที่เจอ นั่นก็คือ พนักงานบางคนมาจากร้านนวดธรรมดามากๆ ทางเราก็สอนเขาทุกอย่างเกี่ยวกับ
วิธีการนวด กับวิธีการต้อนรับในหลักการของการทำธุรกิจสปาจริงๆ ไม่นานพอเรียนจบมาขอลาออกไปทำที่อื่น ซึ่งเงินเดือนอาจจะให้มากกว่าไม่กี่ร้อย เปิ้นคิดเป็นบวกค่ะ แต่คิดในใจว่าแล้วว่าต้องใช้เราเป็นทางผ่าน เรานี่เดาคนเก่งจริงๆ แล้วก็ยินดีกับเขา แต่ก็แปลกน่ะค่ะขณะที่เรายินดีกับเขา เขากับพยายามปิดบังลำพรางไม่ให้รารู้ว่าทำงานที่ไหน พวกนี้ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย เดี๋ยวก็เจอกันอีก บางครั้งเปิ้นเจอกับเขาเป็นยิ้มให้เขา พวกเขากลับหลบเปิ้นไม่ได้เป็นตำรวจมาจับเขาเล่นไพ่สักหน่อยนี่นา (แต่เปิ้นคิดแบบยิ้มๆ น่ะค่ะ)

ข้อ 2 ให้มากกว่ารับ

ข้อนี้เปิ้นพยายามอยู่ทุกวันบอกพนักงานทุกคนตลอดเพราะว่ามันจะมีปัญหาว่า เวลาพนักงานนวดลูกค้าเสร็จ พวกเขาคาดหวังทิปกันทั้งนั้น เปิ้นพยายามเน้นกับพนักงานมากๆ อย่าไปคาดหวังให้ทิปจงขอบคุณ ไม่ให้ทิปก็จงขอบคุณที่ลูกค้าให้โอกาสเราได้บริการเขา วิธีการให้เปิ้นไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าหยิบเงินมาแจกพนักงาน แต่วิธีที่เปิ้นจะใช้คือ การสอนพวกพนักงานทั้งหลายให้รู้จักวิธีจับปลา แต่ละคนเปิ้นจะสอนวิธีที่แตกต่างกันตามความสามารถของแต่ละคน

ส่วนตัวเปิ้นไม่ได้คาดหวังหรอกน่ะค่ะ ว่าพนักงานที่ทำงานกับเปิ้นต้องอยู่กับเปิ้นตลอดไป ในใจเปิ้นคิดเสมอว่าสิ่งที่เปิ้นให้กับพวกเขาคือ ให้โอกาสกับให้อาชีพ บางคนและบางครั้งเราสอนเขาได้แต่ตัว สำหรับเรื่องใจสอนยากมาก เรื่องเกี่ยวกับจรรยาบรรณ,ศีลธรรม และการรู้สึกว่าพอ เปิ้นเลยคิดว่าก่อนที่เราจะสอนเขาลงลึกเรื่องจิตใจ เห็นทีต้องเริ่มทำจากตัวเปิ้ลให้พวกเขาทั้งหลายได้เห็น

ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่งานสปาสอนเปิ้นนั่นคือ งานนี้สอนให้เปิ้นรู้จักคำว่าศักดิ์ศรีของหญิงไทย เปิ้นพยายามปลูกฝังเสมอเวลามีการอบรมพนักงานว่า พวกคุณไม่ได้มีอาชีพเพียงแต่พนักงานนวดหรือ Therapist พวกคุณไม่ได้รับผิดชอบแต่งานบริการด้านการนวด หรือการทำสปาให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่คุณทั้งหลายคือ ตัวแทนของผู้หญิงไทยทั้งชาติ ผู้หญิงไทยทั้งชาติจะดูดีหรือไม่อยูที่คุณด้วย มันมีสุภาษิตอยู่บนหนึ่งน่ะค่ะว่า ปลาเนาตัวเดียวเหม็นทั้งฝูง เปิ้นก็เลยถามว่าพวกคุณอยากเป็นปลาเน่าหรือเปล่า อาชีพนี้ขอบอกตามตรงว่าใครมีเจตนาดีก็จะมีความเจริญ พัฒนาด้านความรู้

แต่หากใครคิดจะใช้อาชีพนี้แอบแฝงคุณคนนั้นก็จะตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ในเรื่องสปาไทย การนวดไทย เมื่อเปิ้นมองย้อนกลับไปในอดีต บรรพบุรุษของเรา วีรสตรีของเราหลายท่านต้องเสียเลือดเสียเนื้อ อุทิศให้กับประเทศชาติและลูกหลานไทย

ถ้าเราไม่มีท่านทั้งหลาย เราคงไม่มีวันนี้ สิ่งที่เราทำได้ในการตอบแทนท่านนั้นก็คือดำรงคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นผู้หญิงไทยให้มากที่สุด อย่าให้ใครมาดูหมิ่นว่าหญิงไทยใจง่ายเห็นแก่เงินเลยน่ะค่ะ โดยเฉพาะช่วงเวลานี้วัตถุนิยมกำลังมาแรงเปิ้นเข้าใจบางคนไม่เคยมี อยากจะมีเลยใช้อาชีพนี้เป็นทางลัด เปิ้นบอกได้เลยค่ะสักวันคุณจะต้องเสียใจในสิ่งที่คุณทำแน่นอน ใครก็ตามหากอยากมาทำในสายงานอาชีพนี้ เปิ้นขอแนะนำให้มีจุดยืนของตัวเองที่แน่นอน เด่นชัดแต่ต้องเป็นจุดยืนในทางที่ดีนะค่ะ แล้วคุณจะเจริญแน่นอน

อีกอย่างหนึ่งที่เปิ้นอยากบอกนะค่ะ ยิ่งเปิ้นทำอาชีพนี้นานเท่าไร เปิ้นรู้สึกว่าเปิ้นรักชาติไทยมากขึ้นทุกวัน งานนี้สอนให้เปิ้นมีจิตสำนึกในทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแบ่งปัน การให้อภัย และอีกหลายๆอย่าง เรื่องที่เปิ้นเล่ามาอาจจะเป็นเสมือนกระจกอีกด้านหนึ่ง

ซึ่งบางท่านอาจจะไม่เห็นเหมือนอย่างที่เปิ้นเห็นก็ได้ แต่อย่างไรก็ดีมันก็เป็นอีกแง่มุมหนึ่งของการทำธุรกิจสปาที่สอนให้เปิ้นได้รู้จักตนเองมากยิ่งขึ้น และทำให้เปิ้นได้รู้จุดยืนของตัวเองจริงๆ ว่าในชีวิตคนเรามันถึงเวลาแล้วควรจะทำเพื่อผู้อื่น เพื่อสังคม และประเทศชาติมากกว่าเพื่อตัวเราเอง

ธนิดา เผ่าเหลืองทอง

Popularity: 1%





ประเภทของสปา

March 17th, 2010 by BM No comments »




ประเภทของสปา

ISPA ได้จัดแบ่งสปาออกเป็น 7 ประเภทด้วยกัน โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาจากสถานที่
1. Club Spa เป็นสปาที่มุ่งเน้นที่การออกกำลังกายเสริมสร้างสมรรถนะในความแข็งแกร่งของร่างกายและมีการให้บริการด้านการนวด การอบไอน้ำ การอบเซาน่า การแช่น้ำร้อน-น้ำเย็น รวมถึงโยคะ หรือการออกกำลังกายอื่นๆ สปาประเภทนี้จะไม่มีห้องพักให้บริการ
2. Cruiseship Spa เป็นสปาที่อยู่ในเรือ โดยเน้นการผ่อนคลายด้วยการออกกำลังกาย โภชนาการบำบัด ความงาม การนวด หรือแม้แต่การจัดทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้จิตใจสงบ แนวโน้มสปาแบบนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น
3. Mineral Spring Spa เป็นสปาที่ใช้น้ำพุร้อนหรือน้ำแร่เพื่อการบำบัดโดยเฉพาะนอกเหนือจากการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ อย่างในประเทศไทยที่มีโอกาสที่จะพัฒนาบริเวณแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีอยู่หลายแห่งให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสปาได้เป็นอย่างดีในอนาคต
4. Destination Spa เป็นสปาที่เน้นการพำนักระยะยาวเพื่อทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง มีการให้คำปรึกษาแนะนำการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย การนวด การโภชนาการบำบัดหรือกิจกรรมอื่นๆ
5. Hotel and Resort Spa เป็นสปาที่ดำเนินการตามรีสอร์ทหรือโรงแรมโดยเสนอบริการหลักได้แก่การออกกำลังกาย การนวด การอบตัว โภชนาการบำบัด ผู้ที่มาใช้ส่วนใหญ่มักจะเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการของโรงแรม
6. Day Spa เป็นสปาที่สามารถดำเนินการได้ตามที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้าหรือสนามบิน ลักษณะผู้ใช้บริการจะเป็นระยะสั้นๆ ประมาณ 1-5 ชั่วโมง
7. Medical Spa เป็นสปาที่เน้นการบำบัดสุขภาพซึ่งอาจเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน หรือแพทย์ทางเลือก การให้บริการจะเน้นเชิงการแพทย์มากกว่า
สปาที่เป็นที่นิยมกันมาก ได้แก่ Destination Spa, Hotel and Resort Spa, Day Spa และ Medical Spa

Popularity: 1%