Posts Tagged ‘การจัดการ’

10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ ‘ฉลาดๆ’

February 8th, 2010




10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ “ฉลาดๆ”
ช่วงเวลาเริ่มต้นทำธุรกิจคือช่วงที่ดีที่สุดในการสร้างความเคยชินดีๆ ที่สามารถทำให้การดำเนินงานของคุณง่ายขึ้นในขณะที่ธุรกิจกำลังเติบโตไปเรื่อยๆ และข้างล่างนี้คือเคล็ดลับ 10 วิธีในการทำให้ธุรกิจของคุณง่ายขึ้น และที่สำคัญ…คุณเริ่มทำได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้!

แต่ละปีที่ผ่านไปได้มีแนวโน้มใหม่ๆ เกิดขึ้นในการเริ่มธุรกิจและได้เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา แต่ความคิดหนึ่งที่ใครๆ ก็มักเข้าใจผิดกันว่าการเริ่มทำธุรกิจนั้น “รวยเร็ว” ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลยหากคุณคิดว่าแค่ทำธุรกิจปุ๊บ เงินล้านก็จะลอยมาหาคุณปั๊บ ประหนึ่งว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง

แต่ในความเป็นจริง การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็น “ความรวย” นั้น เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งวิสัยทัศน์ที่แจ่มชัด, ความทะเยอทะยานและทุ่มเท ตลอดจนการทำงานอย่างหนัก

หรือในอีกแง่หนึ่ง มันเป็นการดีกว่าหากคุณรู้วิธีในการเริ่มทำธุรกิจอย่างง่ายๆ หลายคนอาจมีไอเดียก็จริง แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้ต้องถอดใจไปเสียก่อนจะเริ่มต้น มันจะดีกว่าไหมหากคุณรู้เคล็ดลับในเริ่มทำธุรกิจให้ “ง่ายที่สุด” เท่าที่จะทำได้ และทำให้ธุรกิจของคุณไปได้ “เร็วที่สุด” เท่าที่จะเป็นไปได้?

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการมักพบเจอเสมอๆ ในการเริ่มต้นทำธุรกิจก็คือภารกิจที่ “ยุ่งเหยิง” เกินไป ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาด การทำบัญชี (รวมทั้งยังต้องควบตำแหน่ง “ท่านประธาน” อีกด้วย) แต่เมื่อไรที่ถึงเวลาที่ธุรกิจเริ่มอยู่ตัว คุณก็เริ่มถอยออกมาได้เมื่อนั้น

และเมื่อคุณกำลังอยู่ในช่วงระหว่างทางนั้นล่ะก็ นี่คือคำแนะนำในการทำธุรกิจในช่วงเริ่มต้นอย่างฉลาดๆ ที่คุณควรจำไว้เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณง่ายขึ้นทั้งในวันนี้และในอนาคต…

1. วางแผนทางด้าน “เทคโนโลยี” เอาไว้บ้าง! การลงทุนด้วยการจัดหาเซิร์ฟเวอร์ และเครือข่ายปรินเตอร์ที่มีความสามารถสูงนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ถึงแม้ว่าตอนนี้ธุรกิจของคุณยังไม่จำเป็นต้องใช้มันมากนักก็ตาม คุณอาจต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหน่อยนึงในการจัดหาอุปกรณ์ดีๆ แต่ว่ามันก็จะใช้ได้นาน และคุณก็ไม่ต้องมาคอยอัพเกรดบ่อยๆ ให้เสียเวลา

2. ใช้ซอฟต์แวร์ด้านการบัญชี ลองมองหาโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่สามารถจัดทำใบแจ้งราคาสินค้าได้อย่างอัตโนมัติ รวมถึงการแจ้งเตือนทางอีเมลแก่ลูกค้าเพื่อแจ้งการชำระเงินล่าช้า และในทำนองเดียวกัน โปรแกรมซอฟต์แวร์ดังกล่าวยังสามารถสร้างรายการฝากถอนได้อย่างอัตโนมัติ และยังสามารถคัดแยกค่าธรรมเนียมต่างๆ ออกเป็นรายการแต่ละรายการ เพื่อให้คุณมุ่งดูได้เฉพาะรายการสำคัญๆ อย่าง ยอดขาย และการตลาด เป็นต้น

3. ตัดสินใจว่าจะ “เอาท์ซอร์ส” อะไรดี? ผู้ประกอบการทุกรายจำเป็นต้องว่าจ้างผู้ชำนาญจากภายนอก ให้จัดทำระบบบัญชีของฝ่ายต่างๆ การตลาด งานธุรการ งานต้อนรับ และตัดสินใจเลือกว่าคุณอยากทำงานด้านไหนน้อยที่สุด ลองใช้โปรแกรมวิเคราะห์ต้นทุนด้วยการคำนวณเวลาและเงินเดือนที่จ่ายไปในแต่ละงาน และจากนั้นก็ลองจัดงบประมาณการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ดู ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะทำงานใดต่อไป หรือจะเอาท์ซอร์สงานใดออกไปให้บริษัทภายนอก

4. จัดตั้งระบบ “ออนไลน์เพย์เมนต์” ลูกค้าไฮเทคหลายๆ คนมักคาดหวังที่จะทำธุรกรรมออนไลน์ได้ ลองดูตัวอย่างของ “PayPal” ซึ่งเป็นระบบการให้บริการการชำระเงินออนไลน์ของอีเบย์ ที่ให้บริการอย่างรวดเร็ว จ่ายเงินได้ทันที และเป็นวิธีที่ปลอดภัยในการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต และการหักบัญชีจากธนาคารต่างๆ โดยค่าธรรมเนียมจาก PayPal จะถูกเรียกเก็บจากการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง แต่จะไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน ค่าเกตเวย์ หรือค่าติดตั้งระบบต่างๆ และคุณยังจะได้รับบริการเกี่ยวกับเครื่องมือทางการค้าจากอีเบย์ได้ฟรี รวมถึงวิธีป้องกันเมลลวงหรือการฉ้อฉลออนไลน์ต่างๆ

5. พยายามรักษาเงินสดเอาไว้ คุณต้องจ่ายให้บริการทางธนาคารทุกๆ เดือนหรือไม่ และจ่ายเดือนละเท่าไร? ธนาคารของคุณสามารถให้บริการวิเคราะห์รายการเดินบัญชี ที่สามารถอธิบายค่าธรรมเนียมการให้บริการในรายการได้ทั้งหมด คุณอาจสามารถลดค่าธรรมเนียมเหล่านี้ได้หากหมั่นดูรายการบัญชีอย่างต่อเนื่อง

6. ทำประกันภัยกับตัวแทนเพียงรายเดียว ต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยของคุณทั้งหมดในครั้งเดียว ผ่านทางตัวแทนเพียงรายเดียว ในขณะที่คุณอาจจะต้องจ่ายเงินมากขึ้นอีกนิด แต่คุณก็จะเสียเวลาเพียงครั้งเดียวในรอบปี เพื่อจัดหากรมธรรม์ประกันภัยสำหรับธุรกิจของคุณทั้งหมด ดีกว่าจะต้องมาคอยต่ออายุกรมธรรม์หลายกรมธรรม์ให้วุ่นวาย คุณจะประหยัดเวลา และตัวแทนของคุณจะดูแลลูกค้ารายเดียวที่มีหลากหลายกรมธรรม์ได้ดีกว่าลูกค้าที่มีเพียงกรมธรรม์เดียว

7. เพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับ “พนักงานขาย” เมื่อคุณเริ่มทำธุรกิจ และมีพนักงานขายหรือ “เซลส์แมน” แวะมาเยี่ยมเยียนเสมอๆ แต่พวกเขามักมาในจังหวะที่ไม่ค่อยดีเสมอใช่หรือไม่? ลองจัดช่วงเช้าหรือบ่ายของสักวันหนึ่งในสัปดาห์เท่านั้น ที่พนักงานขายจากที่ต่างๆ สามารถเข้าถึงคุณได้ ด้วยวิธีนี้คุณจะสามารถรับมือกับพนักงานขายเหล่านี้ให้เป็นไปตามตารางกิจวัตรประจำวันของคุณได้

8. จ้างคนให้ถูกกับงาน ผู้ที่กำลังเริ่มทำธุรกิจใหม่มักจะสัมภาษณ์ทุกคนที่สมัครงานเข้ามาเสมอ แต่วิธีนี้ไม่ถูกต้อง ขอแนะนำให้คุณควรลองยอมเสียเวลาดูสักหน่อย ในการสร้างใบสมัครออนไลน์ที่จะจำกัดผู้สมัคร และกลั่นกรองจากระดับคุณสมบัติ การศึกษา และเงินเดือนที่เรียก ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติตรงตามต้องการได้ดีขึ้น และคุณจะได้ผู้สมัครที่ดีที่สุด 5 คนแรกเท่านั้น เพื่อทำการสัมภาษณ์ มันก็เหมือนกับการ “คัดออก” ที่มีประสิทธิภาพกว่าเมื่อเทียบกับการ “คัดเข้า” นั่นเอง

9. จัดตารางให้ดีขึ้น ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการกำหนดตารางการทำงานอย่างเช่น Asgard System’s Time Tracker, TimeClock Scheduler และ TimeCurve Scheduler ที่ทำให้คุณสามารถสร้างตารางงานขึ้นมาได้เอง หาปัญหาในการจัดตารางก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น และติดตามเวลาการทำงาน และรายได้ของพนักงานในแบบเรียลไทม์

10. หาวิธี “จ่ายภาษี” ให้ง่ายขึ้น (และน้อยลง) ในประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัทที่มีสินทรัพย์รวมมากกว่า 10 ล้านเหรียญจำเป็นต้องยื่นเสียภาษีออนไลน์ เพราะเอสเอ็มอีในสหรัฐอเมริกากำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางการจึงต้องจัดการระบบภาษีของเอสเอ็มอีเหล่านี้ให้รวดเร็วและง่ายที่สุด

ดังนั้น สำหรับเอสเอ็มอีไทยที่ยังไม่คุ้นเคยกับการมีรายได้สูงๆ หรือการจ่ายภาษีแบบออนไลน์ดูแล้วล่ะก็ ลองฝึกให้คุ้นเคยเสีย

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็น “ความรวย” นั้น เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งวิสัยทัศน์ที่แจ่มชัด, ความทะเยอทะยานและทุ่มเท ตลอดจนการทำงานอย่างหนัก

จาก Entrepreneur’s StartUps (www.entrepreneur.com) June 2006

เรียบเรียงโดย กมลวรรณ มักการุณ

ที่มา : 10 วิธีเริ่มธุรกิจแบบ ‘ฉลาดๆ’

Popularity: 1%





‘ธุรกิจใหม่ไอเดียดี’ จะไปรอดหรือไม่

February 6th, 2010




“ธุรกิจใหม่ไอเดียดี” จะไปรอดหรือไม่
ไอเดียธุรกิจแจ๋วๆ อาจเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันทันที หรือไม่ก็อาจเป็นผลมาจากการครุ่นคิด ติดตาม ค้นคว้า มาช่วงระยะเวลาหนึ่งก็เป็นได้

สำหรับเถ้าแก่มือเก่าที่มีความฉมังในสมรภูมิธุรกิจ การสเกตช์ภาพคร่าวๆ ของไอเดียที่แวบขึ้นมาลงบนกระดาษเช็ดปากในร้านอาหาร ก็อาจกลับกลายมาเป็นธุรกิจเงินล้านได้โดยไม่ยากนัก

แต่สำหรับเถ้าแก่ใหม่แล้ว จะทราบได้อย่างไรว่าไอเดียที่เกิดขึ้น เมื่อนำมาทำเป็นธุรกิจจริงๆ แล้ว จะไปรอดหรือไม่?

วิธีการที่จะตรวจสอบไอเดียธุรกิจว่าจะไปรอดหรือไม่ สามารถทำได้โดยเทคนิคที่เรียกว่า “การวิเคราะห์ตลาด”

การเริ่มต้นธุรกิจจากไอเดียหรือความคิดทันที โดยไม่ผ่านขั้นตอน “การวิเคราะห์ตลาด” กลายเป็นกับดักหรือหลุมพรางทำให้เถ้าแก่ใหม่หลายต่อหลายรายไปได้ถึงดวงดาว หรือต้องใช้เงินทุนจำนวนไม่น้อย ทุ่มไปไม่ถูกจุด

และมารู้ภายหลังว่า เป็นการทำให้ต้นทุนการสร้างธุรกิจเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

การ “วิเคราะห์ตลาด” จะทำให้เถ้าแก่ใหม่ ทราบได้เบื้องต้นว่า ไอเดียธุรกิจของตน มีศักยภาพและมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในตลาดได้มากน้อยแค่ไหนโดยไม่จำเป็นต้องเสี่ยงทุ่มทุนลงไปเป็นจำนวนมากในทันที

ถ้าไปไม่รอด ก็จะได้ถอยมาตั้งหลักใหม่ได้ทัน

ถ้าศักยภาพดี ก็จะได้เริ่มลงมือลุยได้ด้วยความมั่นใจ

บางครั้งก็ต้องนำผลที่ได้จากการวิเคราะห์ มาปรับปรุง ตกแต่ง หรือ ต่อยอดไอเดียออกไป เพื่อให้เหมาะสมกับตลาดได้ดียิ่งขึ้นหลายๆ รอบ

พูดง่ายๆ แล้ว “การวิเคราะห์ตลาด” ก็คือ การนำไอเดียธุรกิจของเรา กลับมามองดูในรายละเอียดต่างๆ รวม 4 แง่มุม คือ

1. สินค้าหรือบริการ

2. ลูกค้า

3. คู่แข่ง

4. คู่ค้า พันธมิตร การสนับสนุนและความช่วยเหลือ

สำหรับเถ้าแก่เอสเอ็มอีที่ต้องการทำการ “วิเคราะห์ตลาด” ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ลองใช้วิธีตอบคำถามต่างๆ ด้วยตัวเองตามหัวข้อต่างๆ ต่อไปนี้ดู

สินค้าหรือบริการ

คำถาม คำตอบ

จุดเด่นหรือลักษณะใดของสินค้า (หรือบริการ) ที่จะชูให้เป็นจุดขาย

ลูกค้าจะได้ประโยชน์อย่างไรบ้างเมื่อใช้สินค้า (หรือบริการ) ของเรา

เรากล้ารับประกันสินค้าของเราระดับไหน (เช่น ใช้ไม่ดียอมให้คืนเงิน, ฯลฯ)

หีบห่อ กล่อง ภาชนะบรรจุ จะมีลักษณะเช่นไร

จะตั้งราคาขายเท่าไร

จะขายอย่างไร (ขายสด, ขายเชื่อ, ขายตรงตามบ้าน, สั่งซื้อทางไปรษณีย์, ขายส่ง, ขายปลีก, ฯลฯ) พยายามอธิบายรายละเอียดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะคิดได้

ภาพลักษณ์ของสินค้า (หรือบริการ) หรือ ตัวบริษัท ที่เราต้องการสื่อความหมายไปยังตลาดเป็นอย่างไร (เช่น ราคาถูก, ของหรู, คุณภาพเยี่ยมราคาแพง, ของดีราคาถูก, ฯลฯ)

อื่นๆ

ลูกค้า

คำถาม คำตอบ

มุ่งไปที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใดเป็นพิเศษ (เช่น กลุ่มวัยรุ่น, กลุ่มวัยทำงาน, กลุ่มแม่บ้าน, กลุ่มนักท่องเที่ยว หรือ กลุ่มหมู่บ้านละแวกใกล้เคียง, กลุ่มต่างจังหวัด, เฉพาะในจังหวัด, ส่งออกอย่างเดียว หรือ กลุ่มเกษตรกร, กลุ่มสาวออฟฟิศ, กลุ่มนักกอล์ฟ ฯลฯ) ระบุให้ชัดเจนให้มากที่สุด

ใครเป็นผู้ตัดสินใจ “เลือก” สินค้าที่จะซื้อ ใครเป็นผู้ที่ “ไปซื้อ” ใครเป็นผู้ “ใช้” (เช่น ผ้าอ้อมเด็ก ผู้ตัดสินใจคือแม่ ผู้ไปซื้อคือพี่เลี้ยง ผู้ใช้คือเด็ก)

จะส่งสัญญาณหรือข่าวสารให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทราบได้อย่างไรว่ามีสินค้าของเราให้บริการแล้ว

ลูกค้าจะหาซื้อสินค้าหรือบริการของเราได้ที่ไหน

คาดว่าจะมีผู้ซื้อสินค้าของเรากี่ชิ้น ต่อเดือน/ต่อปี

อื่นๆ

คู่แข่ง

คำถาม คำตอบ

คู่แข่งมีกี่ราย เป็นใครบ้าง

คู่แข่งแต่ละรายมียอดขายประมาณเท่าใดบ้าง

ผู้บริหารของคู่แข่งแต่ละรายมีใครบ้าง เป็นมืออาชีพ หรือ เจ้าของทำเอง

จุดแข็งจุดอ่อนของคู่แข่งแต่ละรายเป็นอย่างไร

เปรียบเทียบสินค้าของเรากับคู่แข่งแต่ละรายมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันอย่างไรบ้าง

คู่แข่งแต่ละรายใช้กลยุทธ์การตลาดเช่นใดบ้าง เอกสารประกอบการขาย เช่น แผ่นพับ แค็ตตาล็อก โปสเตอร์ ชิ้นงานโฆษณาประชาสัมพันธ์ ฯลฯ

คู่แข่งรับสินค้ามาจากไหน หรือ ใช้วัตถุดิบจากแหล่งใด

คู่แข่งแต่ละรายใครมีแนวโน้มที่จะขยายตัว หรือ กำลังมีปัญหา

ใครเป็นผู้นำตลาดในด้านต่างๆ เช่น ยอดขาย, คุณภาพ, ภาพลักษณ์, การใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์, ฯลฯ

อื่นๆ

คู่ค้า พันธมิตร การสนับสนุนและความช่วยเหลือ

คำถาม คำตอบ

มีธุรกิจใดหรือไม่ที่จะเสริมกับธุรกิจของเรา หรือ ธุรกิจของเราอาจเข้าไปอิงได้

มีหน่วยงานราชการใดพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเราได้หรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีที่ธุรกิจเราอาจมีปัญหา

มีกลุ่มธุรกิจ ชมรม หรือสมาคมใดบ้างที่จะมีประโยชน์ต่อธุรกิจของเรา

สามารถใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราได้หรือไม่

อื่นๆ

ตารางเหล่านี้ เป็นตัวอย่างคร่าวๆ ที่จะทำให้เถ้าแก่ใหม่สามารถใช้ “วิเคราะห์ตลาด” เพื่อหาดูศักยภาพของไอเดียธุรกิจของเราว่า พอที่จะเกิดในตลาดได้หรือไม่

ในแต่ละหัวข้อ สามารถเพิ่มเติมข้อมูลที่เป็นข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ท่านสนใจเพิ่มเข้าไปได้ไม่จำกัด เพราะหากมีการวิเคราะห์ในแง่มุมต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ผลการวิเคราะห์ของท่านก็จะแม่นยำมากขึ้น

และจะตอบคำถามให้ท่านได้ทราบว่า ไอเดียธุรกิจของท่านจะไปรอดได้หรือไม่

โดยทั่วไปแล้ว หากมีใครมาวิจารณ์หรือชี้ให้เห็นว่าไอเดียของเรามีจุดโหว่อย่างไร เรามักจะเกิดอาการเถียงกลับและไม่ยอมรับ ทำให้เกิดความละเลยที่จะแก้ไขปรับปรุง

สู้มองหาจุดโหว่ด้วยตัวเองไม่ได้ ซึ่งจะทำให้มองเห็นปัญหาต่างๆ ได้เด่นชัดล่วงหน้า

ไม่ตกหลุมพรางไปด้วยความไม่รอบคอบ

สำหรับท่านผู้อ่านที่อยากจะได้ตัวอย่างตารางการวิเคราะห์และไม่อยากจะแอบตัดคอลัมน์นี้เก็บไว้สำหรับฝึกแววเถ้าแก่ของตัวเอง ก็ขอมาได้ที่ทีมงานที่ bizweek@nationgroup.com ได้เลยครับ

บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Popularity: 2%





คุณแน่!

January 24th, 2010




คุณแน่!
ทุกข์ของประชาชน คนทำงาน ไล่เรียงไปถึงองค์กร ถึงระดับประเทศ รวมถึงระดับโลกนู่น คงไม่หนีวิกฤตที่ข้าวยากหมากแพง น้ำมันราคากระฉูด โลกป่วยด้วยอาการตัวร้อน ปัญหาซ้ำๆ ซ้อนๆ โยงใยขมวดเป็นปม เป็นกระจุก จำต้องหาวิธีแก้เชิงรุก แค่จัดกระบวนการทัพแบบรอรับ รอแก้อย่างเดียว …ไม่น่าจะรอดปลอดภัยในยุคนี้

สัปดาห์นี้ขออนุญาตคุยเรื่องธุรกิจหนึ่งซึ่งถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองของโลก คือ ธุรกิจสายการบิน และศึกษาวิธีแก้ปัญหาเชิงบุก แก้แบบรุก เขาทำอย่างไร

อุตสาหกรรมการบินถูกกระหน่ำด้วยสองปัจจัยหลักในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยที่โยงใยกับกระบวนการก่อการร้าย ตลอดจนราคาต้นทุนที่ยั้งไม่อยู่ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ทำให้ผู้บริหารแต่ละสายการบินนั่งกุมขมับ จับต้นชนปลายไม่ติด คิดไม่ออก บอกไม่ถูกเหมือนกันหมด … อ้อ! เหมือนกัน “เกือบ” หมดค่ะ

เพราะจริงๆ แล้วธุรกิจนี้ ก็เหมือนกับทุกวงการ คือแม้บริษัทส่วนใหญ่จะซวนเซ หรือล้มระเนระนาด ก็จะมีองค์กรที่โดดเด่นเป็นสง่า ท้าคลื่นลม เป็นที่ชื่นชม เป็นต้นแบบให้เรียนรู้ หรือเป็น Best Practice นั่นเอง

ในอุตสาหกรรมสายการบิน โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และที่สำคัญสำเร็จอย่างต่อเนื่อง คือ สายการบิน Southwest ที่ท่านผู้อ่านอาจคุ้นเคยกับชื่อเสียง เพราะ Southwest ไม่ใช่เป็นเพียง Best Practice ของอุตสาหกรรมสายการบิน แต่ถือเป็นตัวอย่าง เป็นต้นแบบขององค์กรที่มีการกำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ ตลอดจนบริหารงาน และคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล จนใครๆ ต้องยกย่องว่า… คุณแน่!

คู่แข่งของ Southwest ตลอดจนสายการบินอื่นๆ ส่วนใหญ่ทั่วโลกประสบปัญหา กำไรวูบ หลายองค์กรขาดทุน ต้องลดพนักงาน ขายกิจการ ถูกควบรวม หรือล้มหายตายจากกันไปต่อหน้าต่อตา

ในช่วงเวลาเดียวกัน Southwest ไม่เคยขาดทุน ไม่เคยขาดเงิน ไม่เคยลดคน ตลอดจนเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ Southwest ประชุมประจำปี เพื่อแถลงผลงานต่อผู้ถือหุ้นและพนักงานซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นจำนวนมาก เพราะนโยบายของ Southwest ต้องการให้พนักงานมีส่วนร่วม เป็นเจ้าขององค์กรอย่างแท้จริง

American Airlines คู่แข่งสำคัญซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการการบินของสหรัฐอเมริกา ก็จัดการประชุมประจำปีในวันเดียวกัน

ปรากฏว่าการประชุมทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

การประชุมของสายการบิน American Airlines มีสหภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหภาพผู้ให้บริการในเครื่องบิน และสหภาพของนักบิน ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาเงื่อนไขการจ้างงานและผลตอบแทนกับองค์กร ต่างเดินประท้วงผู้บริหารหน้าอาคารประชุม แจกใบปลิวโจมตีกรรมการและผู้นำองค์กรกันให้ว่อน

การประชุมของ Southwest ครั้งนี้ถือเป็นการประชุมที่สำคัญ เพราะ Herbert Kelleher ประธานกรรมการ และ ผู้ร่วมก่อตั้ง Southwest ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งด้วยวัย 77 ปี หลังจากทำงานกับองค์กรยาวนานถึง 37 ปี

การประชุมครั้งนี้จึงมีคนเข้าร่วมประชุมหนาแน่นจนล้นห้อง ทั้งผู้ถือหุ้น ทั้งพนักงาน ทั้งสหภาพมากันพร้อมเพรียง นอกจากพนักงานจะไม่ประท้วงให้ผู้ถือหุ้นไม่สบายใจ หรือระคายเคืองแล้ว สหภาพนักบิน (ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาเงื่อนไขการจ้างงานและผลตอบแทนเช่นเดียวกับสหภาพของ American Airlines) ยังยอมลงทุนซื้อหน้าหนังสือพิมพ์เต็มหน้า เพื่อลงขอบคุณ Kelleher ซึ่งพนักงานทุกคนทุกระดับเรียกเขาอย่างสนิทสนมด้วยชื่อเล่นว่า Herb

พนักงานพร้อมใจกันประกาศในหนังสือพิมพ์ถึงความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างตำนานด้านการบินร่วมกับผู้นำซึ่งโดดเด่น และเป็นขวัญใจของพนักงานเช่น Herb และกล่าวคำอำลาเขาด้วยความอาลัย

Southwest ทำอย่างไร น่าอัศจรรย์ใจไหมคะ

หากจะฟันธงว่าเหตุและปัจจัยของความสำเร็จของ Southwest คืออะไร ดิฉันเชื่อว่าท่านผู้อ่านประจำของคอลัมน์นี้เดาออกได้

เขามี “ทีม” ผู้นำ ที่เก่งทั้ง “คิด” และเก่งทั้ง “คน”

ลองมาไล่ดูแต่ละประเด็นนะคะ

1.ทีมผู้นำ

ผู้นำ เช่น Kelleher แม้จะโดดเด่น เล่นเป็น และเล่นเองยาวนาน แต่เขาก็ไม่ละเลยที่จะวางแผนเชิงรุกในการสร้างทีมผู้บริหารที่แข็งแกร่ง และสร้างตัวตายตัวแทน หรือ Successor เมื่อก้าวลงจากตำแหน่งจึงไม่ปล่อยให้องค์กรโบ๋ มีจุดโหว่ที่ไม่มีคนสานต่อ

Kelleher ผลักดันให้ Gary Kelly ก้าวสู่ตำแหน่ง CEO ในปี 2004 และทำงานใกล้ชิดร่วมกับ Kelly ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาในฐานะโค้ช จนมั่นใจว่าเขาพร้อมรับตำแหน่งประธานกรรมการควบไปด้วย ในการประชุมประจำปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Kelly จึงเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวแทนเขาที่ก้าวลงอย่างสง่างาม

2.ผู้นำเก่งคิด

ทีมผู้บริหาร Southwest เก่งคิดหลายเรื่อง ตัวอย่างเช่น หนึ่งในกลยุทธ์ที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จ คือ การใช้เครื่องบินให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ตัววัด หรือ KPI ตัวสำคัญในเรื่องนี้คือ การทำอย่างไรให้เครื่องบินจอดบนพื้นดินสั้นที่สุด เครื่องบินจะทำเงินได้ก็ต่อเมื่อบินนั่นเอง Southwest จึงหาวิธีแปลกใหม่มากมายในกระบวนการตรวจเช็ค ทำความสะอาดเครื่อง การขนของ ตลอดจนผู้โดยสารให้เข้าออกเครื่องบินเร็วที่สุด จนปัจจุบัน Southwest สามารถทำทั้งกระบวนการให้เครื่องบินพร้อมบินได้ใน 20 นาที! จนสายการบินรุ่นพี่ๆ …งง

อีกตัวที่บ่งบอกเรื่องเก่งคิด เก่งกลยุทธ์ของผู้บริหาร Southwest ที่ทำให้คู่แข่งจืด คือการบริหารต้นทุนด้านเชื้อเพลิง

ในอดีต สายการบินส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงประมาณ 10% ของต้นทุน ปัจจุบันเพิ่มพรวดเป็นกว่า 40% เพราะราคาน้ำมันในวันนี้ที่วิ่งไปเกิน 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับ Southwest 70% ของต้นทุนด้านน้ำมันวันนี้ อยู่ที่เพียง 51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้เป็นเพราะผู้นำตัดสินใจใช้วิธี Hedge หรือประกันความเสี่ยงโดยการทำสัญญาซื้อขายน้ำมันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

3.ผู้นำเก่งคน

เรื่องดูแลคน ถือเป็นนโยบายหลักของ Kelleher มาตลอด

เมื่อถูกถามว่าปัจจัยใดที่ทำให้ Southwest ประสบความสำเร็จ เขาจะให้สัมภาษณ์ซ้ำๆ ตอกย้ำนโยบายเดิมๆ

“คนของเราสำคัญที่สุด”… “หากพนักงานไม่พึงพอใจในการทำงาน เขาก็ไม่สามารถทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้”

ผู้บริหารจำนวนไม่น้อยในองค์กรอื่นๆ ก็มัก “พูด” เรื่องเดียวกัน แต่ “ทำ” จริงหรือไม่อาจจะเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” กับ Southwest ที่ walk the talk หรือพูดจริงทำจริง ไม่อิงนิยาย จนพนักงานต้องหลั่งน้ำตา ยามหัวหน้าร่ำลาตำแหน่ง

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหาร Southwest แสดงแก่นแท้ให้พนักงานเห็นอย่างจริงจังและต่อเนื่องว่า เขาพูดจริงทำจริง เช่น ยามที่ใครๆ ในวงการเขาลดคน เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มกำไร Southwest ยืนหยัดนโยบายว่าไม่ปลดคน หากลำบาก ก็ลำบากด้วยกัน

เวลาต่อรองผลตอบแทนกับสหภาพและพนักงาน องค์กรและผู้บริหารอยู่บนความโปร่งใส และกล้าให้ ยามรวย รวยด้วยกัน ทั้งยังพร้อมแจกจ่ายหุ้นให้พนักงานเพื่อสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกัน

ผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่เห็น การทำงานสมานฉันท์ พนักงานพร้อมให้ใจ ทุ่มเทให้องค์กร ทำให้ Southwest มีประสิทธิภาพสูงกว่าคู่แข่งหลายๆ เท่าตัว … มีความสำเร็จ ความสุขถ้วนทั่ว

… เพราะผู้นำเก่งและดีค่ะ

ที่มา : พอใจ พุกกะคุปต์

Popularity: 1%