Posts Tagged ‘business plan’

การวิเคราะห์สายธารคุณค่าของ VSM

February 9th, 2010




การวิเคราะห์สายธารคุณค่าของ VSM
VSM เป็นเทคนิคหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อให้มองเห็นถึงระบบเทคนิคในการบริหารกระบวนการผลิตของกระบวนการต่างๆ และจัดหาวิธีการที่จะทำให้มองเห็นว่าจะสามารถปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ได้อย่างไร VSM ของ AMC จะอบรมให้คุณวิเคราะห์ทั้งการทำงานของวัสดุสิ่งของและข้อมูลขณะเคลื่อนย้ายผ่านการดำเนินการต่างๆ

VSM ไม่ใช่เฉพาะในเทคนิคในการบริหารกระบวนการผลิต เท่านั้น
AMC ไม่ใช่เฉพาะ VSM เครื่องมือในการบริหารกระบวนการผลิตเท่านั้น VSM ยังนำมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจที่เป็นสำนักงานพื้นฐานมากขึ้นด้วยเช่นกัน รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดส่งสินค้า ลูกโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) และในสภาพแวดล้อม BPR (การรื้อปรับระบบกระบวนการทางธุรกิจ)

การฝึกอบรม VSM ดำเนินงานโดย AMC
ในการฝึกอบรม VSM ครั้งแรกที่เป็นแบบเดิม AMC จะช่วยคุณรวบรวมข้อมูลขั้นต้นหลากหลายชนิด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำมาใช้ระหว่างการฝึกอบรม VSM จากนั้นผู้ฝึกอบรมชั้นนำระดับโลกของ AMC จะดำเนินการอบรม VSM ให้กับทีมงานของคุณโดยเริ่มจากแนวคิดไปสู่การให้คำแนะนำในการปฏิบัติการ ระหว่างการฝึกอบรม VSM ทีมงานที่ดำเนินการวิเคระห์กระบวนการจะสำรวจเทคนิคในการบริหารกระบวนการผลิตโดยการเก็บรวมรวมข้อมูลเพื่อสร้าง “การวิเคราะห์สายธารคุณค่า”

การวิเคราะห์นี้นำไปใช้ได้อย่างไร
ณ AMC เราใช้ “การวิเคราะห์” เพื่อให้มองเห็นและอธิบายการทำงานของทั้งวัสดุสิ่งของและข้อมูล (ในเอกสารที่มีขนาดใหญ่) “การวิเคราะห์” จะช่วยในการจัดการโรงงานเพื่อจำแนกอุปสรรคต่างๆ ได้ด้วยการเห็น จึงทำให้เกิดการทำงานที่ดี (ของทั้งวัสดุสิ่งของและข้อมูล) ซึ่งพบใน “สภาพปัจจุบัน” จากนั้นจึงพัฒนาแผนสำหรับการปรับปรุง “สภาพในอนาคต” ให้กับการทำงานทั้งสองแบบเหล่านี้

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก VSM
เป้าหมายของ VSM คือเพื่อจำแนกและลดหรือกำจัดความสูญเปล่าใน “สายธารคุณค่า” ของโรงงานของคุณ ความสูญเปล่าในความหมายของระบบการผลิตแบบลีนคือสิ่งต่างๆ ที่ไม่เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและ VSM เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากที่ช่วยในด้านการจัดการ อีกทั้งเทคนิคในการบริหารกระบวนการผลิตยังคงเน้นการขับเคลื่อนความพยายามในการปรับปรุงที่ต่อเนื่องในทิศทางที่สอดคล้องกันและปรับปรุงการทำงานของผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการผลิตด้วยการลดอุปสรรคต่างๆ และ WIP (งานในระหว่างผลิต) ด้วยเหตุนี้ การปรับปรุงการทำงานจะนำไปสู่การปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรจากผลกำไรขาดทุน

Popularity: 1%





ถอดรหัส Six Sigma วิถีสำเร็จกลิ่นตะวันตก

February 1st, 2010




ถอดรหัส Six Sigma วิถีสำเร็จกลิ่นตะวันตก
ไม่ว่าจะธุรกิจไหนก็ต้องการวัดรอยเท้าบริษัทชั้นนำของโลกอย่างจีอี หรือ โมโตโรล่า และนี่เองที่ทำให้ Six Sigma ก้าวขึ้นมาเป็น “ดาวเด่น” ในจำนวนเครื่องมือบริหารจัดการที่มีหลากหลาย ซึ่งถ้าเป็น “ดารา” Six Sigma ก็จัดอยู่ในข่ายซูเปอร์สตาร์ทีเดียว

องค์กรธุรกิจในประเทศไทยจำนวนไม่น้อยนำเอา Six Sigma มาเป็นกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถก้าวไปถึงดวงดาว

วชิรพงษ์ สาลีสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญเครื่องมือ Six Sigma สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งประเทศไทย อธิบายถึงปรากฏการณ์นี้ว่า โดยรวมปัญหาขององค์กรธุรกิจไทยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของ Six Sigma อย่างเคร่งครัด ส่วนใหญ่แค่นำมาประยุกต์ใช้เท่านั้น

“Six Sigma เป็นเครื่องมือที่มีกำเนิดมาจากฝั่งตะวันตกอย่างอเมริกา ซึ่งวชิรพงษ์ บอกว่าเพราะประเทศตะวันตกมีลักษณะเฉพาะตัวคือ “ใจร้อน ทำอะไรต้องเห็นผลทันตา เขาจึงมักทุ่มเงิน ทุ่มคนเพื่อทำให้โครงการสำเร็จ จึงไม่แปลกที่เราจะได้ยินว่า “Show me money” ในหนังฮอลลีวู้ดที่ฉายภาพของแวดวงธุรกิจฝั่งซีกโลกตะวันตก ”

และ คาแรคเตอร์ของคนตะวันตก ก็ได้สะท้อนมาที่ Six Sigma ซึ่งเป็นแนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง

แตกต่างจากเครื่องมือจากฝั่งตะวันออก อาทิ ไคเซ็นของญี่ปุ่น ที่มีความเยือกเย็นเน้นจิตสำนึกของคนในองค์กร เพื่อสร้างองค์กรที่เข้มแข็งซึ่งกว่าจะสำเร็จ ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่า

ความสำเร็จจากแนวคิด Six Sigma ขององค์กรชั้นนำของโลกอย่างจีอี (บริษัทเจเนอรัลอิเลคทริก ) และโมโตโรล่า เกิดขึ้นได้เพราะลักษณะพิเศษในแบบโลกตะวันตกอันเป็นต้นฉบับของ Six Sigma นั่นเอง

ลักษณะพิเศษประการแรกที่วชิรพงษ์ชี้ให้เห็นคือ “บทบาทของผู้นำสูงสุดขององค์กร”

เหมือนคำสุภาษิต “หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก” ผู้นำจึงต้องเป็นผู้ผลักดันให้โครงการ Six Sigma ขับเคลื่อนได้ต่อเนื่อง โดยสนับสนุนในทุกด้านเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงการสนับสนุน “เงิน” ด้วย

ลักษณะประการที่สอง คือ “คัดคนเก่ง” ที่ทั้งองค์กรให้การยอมรับมาเป็นทีมปฏิบัติภารกิจโครงการ

ในกระบวนการ Six Sigma นอกจากผู้นำแล้ว จะมีผู้รับผิดชอบอีก 3 ระดับ คือ 1.ระดับ Steering Committee ระดับนี้ผู้ที่รับผิดชอบ ต้องมีบทบาทเหมือนพวงมาลัย ที่จะกำหนดทิศทางโครงการ และเป็นผู้ที่ทำแผนการสื่อสารให้คนในองค์กรได้รับรู้ถึงโครงการที่จะเกิดขึ้น ซึ่งก็มีความท้าทายว่าจะทำให้คนในองค์กรให้ความร่วมมือและมีความเข้าใจและพูดกันในภาษาเดียวกัน (Steering Langguage )

2.ระดับ Champion จะต้องมีการแต่งตั้ง “แชมปียน” ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติตามทิศทางที่ Steering กำหนด พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ และกระตุ้นให้โครงการเดินหน้า

3.ระดับ Blackbelt หรือ “สายดำ” พระเอกของโครงการ Six Sigma เพราะจะเป็นมดงานที่ลงมือปฏิบัติให้โครงการประสบความสำเร็จ

ตำแหน่ง “สายดำ” ไม่จำเป็นต้องมีผลการเรียนดีเลิศที่สุด หรือเก่งคำนวณที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่มีความสามารถในการทำงาน เป็นคนที่คนในองค์กรให้ความยอมรับและการนำเสนองานที่มีขั้นตอนสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยศัพท์แสงที่มีเทคนิคเฉพาะตัว ให้ผู้บริหารรับรู้ และสามารถเข้าใจได้ง่ายภายในระยะเวลาที่จำกัด

“ส่วนใหญ่องค์กรมักจะคัดคนเก่งเป็น “Star” มาเป็น Blackbelt แต่ที่จริงไม่จำเป็นต้องคัดคนที่เก่งที่สุด แต่ก็ต้องไม่ใช่คนที่เรียกว่า “ซาก” สำคัญต้องมีทักษะในการบริหารจัดการ มีความตั้งใจที่จะและนำโครงการ ไปสู่ความสำเร็จ”

ในขณะนี้ตำแหน่ง “สายดำ” เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก ไม่ว่าใครก็ตามที่เคยทำหน้าที่ “สายดำ” หรือ Blackbelt ในโปรแกรม Six Sigmd จะถูกเสนอผลตอบแทนที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขค่าตอบแทน หรือ ห้องทำงานที่แสนสบาย

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะกว่าที่แต่ละคนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น Blackbelt ต้องผ่านการอบรมและการรับรองจากสถาบันอบรมด้าน Six Sigma ที่ประเทศอเมริกา เรียกได้ว่าต้องพบกับการทดสอบ การประเมินผลที่นับว่าอยู่ในระดับ “หิน” เลยทีเดียว

อีกหนึ่งคุณลักษณะของ Sig Sixma ที่มีความเป็น “ตะวันตก” อยู่ในตัวคือ ความจริงจัง ที่สะท้อนว่า โครงการ Six Sigma ควรมีลักษณะ Full-time

สำหรับองค์กรธุรกิจไทยมักให้ทีมงานจัดสรรเวลาจากงานประจำมาทำโครงการดังกล่าวในลักษณะ Part-time มากกว่า ดังนั้นทีมงานจึงอยู่ในอาการห่วงหน้า พะวงหลัง และไม่อาจทุ่มเทให้โครงการได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

วชิรพงษ์ ให้คำแนะนำว่า ก่อนจะทำ Six Sigma ต้องเอกซเรย์กันเลยว่าในองค์กรมีหน่วยงานไหนบ้างที่เหมาะสมเพื่อมอบหน้าที่ให้รับผิดชอบดูแลโครงการนี้เป็นหลัก เป็นเฟืองสำคัญผลักดันให้การดำเนินงานราบรื่น

นอกจากนั้นการทำ Six Sigma ยังต้องดูเป้าหมายธุรกิจขององค์กรเป็นหลัก ก่อนจะกำหนดกลยุทธ์หรือเครื่องมือแต่ละตัว ซึ่งจุดมุ่งหมายที่สำคัญของ Six Sigma คือ การปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างผลกำไร

แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรว่าต้องการผลกำไรเท่าไหร่จึงจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ โดยต้องกำจัดความแปรปรวน ลดความสูญเสียต่างๆ และเป็นการเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพ ต้นทุนการส่งมอบ ทั้งในด้านของผลิตภัณฑ์และบริการ

“การทำโครงการ Six Sigma จะมีเวลาที่จำกัด ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 4-6 เดือน ดังนั้นต้องมีการกำหนดขอบเขตเป้าหมายและวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนและแคบลง แต่ผลที่จะได้รับนั้นต้องคุ้มและเป็นที่น่าพอใจถ้าเทียบกับทุนหรือแรงคนที่ทุ่มลงไป”

วชิรพงษ์ บอกว่า องค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็นสายผลิตหรือบริการก็สามารถนำเอา Six Sigma ไปใช้เพื่อสร้างความสามารถได้ทั้งนั้น บนเงื่อนไขที่ว่า หากคิดจะทำให้สำเร็จก็ต้อง ประกาศให้คนในองค์กรได้รับรู้ และจูงใจให้เกิดความร่วมมือ

“ต้องป่าวประกาศดัง ๆ ให้ดูยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ มีความหมายสูงสุด” ////////

“ตำแหน่ง “สายดำ” เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก ไม่ว่าใครก็ตามที่เคยทำหน้าที่ “สายดำ” หรือ Blackbelt ในโปรแกรม Six Sigmd จะถูกเสนอผลตอบแทนที่คุ้มค่า”

Popularity: 1%





ประสานงาน…ต้องไม่ประสานงา

January 27th, 2010




ประสานงาน…ต้องไม่ประสานงา

เมื่อคนเก่งมาอยู่รวมกัน ท่านคิดว่างานจะต้องสำเร็จเสมอไปหรือไม่ คมคิด : ถ้าสองคนซ่อมเรือ เรือจะรั่ว แต่ทว่าเชือกสามเกลียวจะขาดง่ายก็หามิได้
“ดิฉันฟังดูรู้สึกว่าสมชายเสนอความคิดเห็นที่ดีกับบริษัทหลายๆ อย่างนะ” วรรณฤดีกล่าวชื่นชม พนักงานใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงาน “เขาคงช่วยทีมขายได้มาก”
“แต่ในตอนประชุม ผมสังเกตว่าเขาพูดค่อนข้างมาก” ยุทธศักดิ์ให้ข้อสังเกต “พอคนอื่นพูดบ้าง เขากลับไม่ค่อยสนใจฟังเท่าไรนักนะ” วรรณฤดีเลิกคิ้วเหมือนคิดอะไรออก ด้วยตระหนักว่าบางคนเก่งคิด แต่อาจไม่เก่งคน
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสอนเราในการทำงานเป็นทีมว่า เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในทีมที่ดี เราควรมีวิธีการตรวจสอบและแก้ไขพฤติกรรมต่อต้านที่เกิดขึ้นภายในทีมงานอย่างรวดเร็วและได้ผล
ผู้บริหารสมัยใหม่ที่ขีดความสามารถด้านการทำงานเป็นทีม (Teamwork) จะไม่เพียงออกแบบทีมงาน (Designing team) เป็นเท่านั้น แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานและบริหารกลไกของทีมงาน (Managing Team Dynamic) ได้อย่างเหมาะสมด้วย
ท่านบริหารกลไกของทีมงานผ่านการประชุมได้เหมาะสมมากน้อยเพียงใด มาสำรวจผ่านดัชนีการบริหารด้วยกัน
ดัชนีการบริหาร
ในขณะประชุม หากบางคนมีพฤติกรรมต่อต้านหรือทำป่วน ท่านรับมืออย่างไร
กรุณากาเครื่องหมายหน้าข้อที่เห็นว่าตรงกับตัวท่าน
_____ อดทนและไม่ให้ความสนใจ แล้วประชุมต่อไปจนเสร็จ
_____ พยายามตัดบท แต่ก็ยังรู้สึกรบกวนที่ประชุมอยู่ดี
_____ เรียกคนเข้าประชุมเฉพาะที่เกี่ยวข้อง
ข้อเสนอแนะ : หากท่านได้กาเครื่องหมายข้อใดข้อหนึ่ง อาจใช้ “ทักษะปราบมือป่วน” ช่วยได้
ทักษะปราบมือป่วน (Resistant Behavior Modification)
ทักษะนี้เป็นวิธีรับมือกับผู้ที่มีพฤติกรรมต่อต้าน ไม่ให้ความร่วมมือในขณะประชุมกลุ่ม อันเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำทีมงานไปสู่จุดหมาย พฤติกรรมต่อต้านแต่ละอย่างสะท้อนถึงสาเหตุภายในที่ต่างกันไป ซึ่งการค้นหาสาเหตุดังโมเดลการวิเคราะห์พฤติกรรมต่อต้านและแก้ให้ตรงจุด ก็จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างได้ผล ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการพูดผูกขาดคนเดียว ซึ่งมีวิธีรับมือพฤติกรรมนี้ 3 ขั้นดังนี้
1.พูดให้ฉุกคิด เป็นการกระตุ้นให้ผู้มีพฤติกรรมต่อต้านได้ตระหนักรู้ในตนเอง ซึ่งจะช่วยให้เกิดความยับยั้งชั่งใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสมขึ้นได้ เช่น “ดูเหมือนสมชายพูดคนเดียวกว่า 10 นาทีแล้ว ให้สมศรีเสนอความเห็นบ้างดีมั้ยครับ” หรือ “สมชายเสนอแนะสิ่งดีๆ 10 นาทีแล้ว คงไม่รังเกียจที่จะฟังคนอื่นบ้างดีมั้ยครับ”
2.บอกความต้องการและย้ำจุดประสงค์การประชุม เป็นการที่ผู้นำประชุมบอกความรู้สึกและความต้องการของตนเองอย่างสุภาพและโยงสู่จุดประสงค์การประชุม ซึ่งจะช่วยให้ผู้มีพฤติกรรมต่อต้าน ได้คิดทบทวนตนเองและเห็นแก่ผู้นำประชุมและประเด็นการประชุมมากขึ้น เช่น “ผมได้ข้อคิดดีๆจากสมชายมาก และเพื่อการประชุมระดมสมองครั้งนี้จะได้ความคิดที่หลากหลาย ผมอยากฟังจากทุกๆ คน สมศรีมีข้อเสนออะไรบ้าง”
3.ถามความเห็นของที่ประชุม เป็นการตอกย้ำให้ผู้นั้นหยุดพฤติกรรมต่อต้านโดยใช้พลวัตของทีม (Team Dynamic) โดยการถามความเห็นของสมาชิกกลุ่มเกี่ยวกับพฤติกรรมต่อต้านที่กำลังเกิดขึ้นขณะนั้น เช่น “สมชายครับ สมชายได้พูดมากว่า 10 นาทีแล้ว อยากฟังว่าเพื่อนๆ รู้สึกอย่างไรกับสมชายมั้ยครับ” ซึ่งจะทำให้ผู้นั้นต้องหยุดเพื่อสำรวจตนเองโดยรับฟัง Feedback ของเพื่อนๆ ในกลุ่ม
“ประชุมกลุ่มครั้งล่าสุด มีพฤติกรรมใดบ้างที่รบกวนใจ ท่านควรรับมืออย่างไรดี”
ที่มา : น.พ.ยุทธนา ภาระนันท์.E-mail : yparanan@hotmail.com

ที่มา : ประสานงาน…ต้องไม่ประสานงา | Article Base KCNBRAND.COM

Popularity: 1%